แอลนิโญ่ ลานิญ่า

ปรากฏการณ์ เอลนีโน และ ลานีลา นี้มีความสำคัญต่อการแปรปรวนของสภาพอากาศของโลกเป็นอย่างมากเพราะว่า ส่งผลกระทบการดำรงชีวิตของพืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่เป็นบริเวณกว้าง และเปิดขึ้นมีระยะที่ไม่แน่นอน มักจะเกิดขึ้น 2 – 10 ปี จะทำให้บริเวณที่มีฝนตกซุกตลอดกลับแห้งแล้ง และในบริเวณที่แห้งแล้่งกลับมีฝนตกซุก ในประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เพราะว่าเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นจากมหาสมุทรแปรซิกฟิก

เอลนิโน (EI Nino) มีความหมายว่า บุตรของพระคริสต์เพราะว่าจะเกิดขึ้นในช่วงคริสต์มาส เป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้มหาสมุทรทางฝั่นตะวันออกนั้นมีความร้อนขึ้นกระจายไปทั่วบริเวณและอาจจะใช้ระยะเวลาเป็นปี โดยเป็นการไหลย้อนกลับของมหาสมุทรจากมหาสมุทรฝั่งตะวันตก ซึ่งมีอุณหภูมิที่สูงกว่า 2 องศาเซลเซียสและมีความสูงกกว่า 40 เซนติเมตร น้ำเย็นจากฝั่งตะวันออกจึงเข้ามาแทนที่ตะวันตก และมีอากาศลอยตัวสูงขึ้นจึงทำฝน อากาศเย็นและแห้งจะลอยตัวไปยังฝั่งอเมริการใต้ และชายฝั่งของเปรู ซึ่งปกติ

บริเวณนี้จะเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ของปลาที่อาศัยเพราะมีแร่ธาตุและแพลงตอนจำนวนมากอาศัยอยู่จึงเป็นแหล่งที่มีความเจริญเติบโตและการผสมพันธุ์ของปลาเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงทำให้บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกที่เกิดฝนตกซุกนั้นกลับแห้งแล้งไม่มีฝนอากาศร้อนขึ้น แต่ทางตะวันตกของมหาสมุทรนั้นกลับมีฝนตกมาก ปรากฏการณ์นี้ทำให้อุณหภูมิและระดับน้ำทะเลเปลี่ยนแปลงไป การเกิดขึ้นจะเป็นปี โดยเฉลี่ยทุก 2 ครั้งต่อ 10 ปี การเกิดขึ้นอาจจะไม่สามารถระบุได้ว่าความถี่เท่าไหร่ แต่ปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มมากกขึ้น จึงทำให้กระทบอากาศโลกโดยรวมทั้งหมดและทำให้เกิดภัยพิบัติที่รุนแรง น้ำท่วม ไฟป่า สิ่งที่ทำให้เกิดกระทบเป็นอย่างมากได้แก่

- ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ เป็นบริเวณที่ฝนตกในช่วงฤดูฝนจะทำให้บริเวณนี้มีความร้อนมากขึ้น และอากาศจะแห้งแล้งฝนตกที่น้อย
- อเมริกา เหนือและใต้ จะเกิดฝนตกที่หนักมาก จนทำให้เกิดน้ำท่วมบริเวณต่างๆ
- ทวีปออสเเตรเลีย ฝนตกน้อยกว่าปกติมีความแห้งแล้ง อุณหภูมิสูงขึ้น
- คาบสมุทรอินเดีย มีฝนตกที่แรงขึ้นอาจจะทำให้น้ำท่วมได้



ลานีนา หรือ ลานีโน มีความว่าเด็กหญิง เป็นปรากฏการณ์ที่กระแสอากาศและน้ำเกิดผลักดันกันในมหาสมุทรตอนกลาง เนื่องจากลมตะวันออกเฉียงใต้มีกำลังแรงกว่าปกติ
จึงนำเอาความร้อนจากมหาสมุทรตะวันออกไปสะสมอยู่ทางทิศตะวันตก จึงทำให้เกิดร้อนขึ้นกว่าเดิม ปรากฏการณ์นี้จะทำให้บริเวณที่เกิดฝนตก จะตกมากกว่าขึ้น
บริเวณที่เกิดความแห้งแล้งก็จะแล้งมากขึ้นจนขาดน้ำ ซึ่งได้มีการพยากรไว้ว่าจะเกิดขึ้นในโดยเฉลี่ยเกิด 5 – 6 ครั้งต่อครั้งและใช้เวลานาน 1 ปี ไม่สามารถที่จะคาดเดาได้เลย
มีผลกระทบต่อไม่มากนัดเมื่อเทียกับ เอลนีโน
เมื่อปี 2540 ได้เกิดปรากฏการร์ เอลนีโน สร้างความเสียหายให้กับหลายประเทศทำให้ผู้คนเสียชีวิตมากกว่า 40 ล้านคน และมูลค่าความเสียหาย 20,000 ล้านดอลลาห์